ลมหายใจแสนสุข โดย เกศสุดา ชาตยานนท์ บุญงามอนงค์ - Yosuda : Mindfulness Based Yoga and Enneagram

ลมหายใจแสนสุข โดย เกศสุดา ชาตยานนท์ บุญงามอนงค์

ความสุขที่แท้จริงคืออะไร ? บางคนอาจจะเคยตั้งคำถามเช่นนี้ ฉันก็เช่นกัน
คนอื่นอาจค้นพบคำตอบของความสุขที่หลากหลาย แต่สำหรับฉัน คำตอบอยู่ที่ลมหายใจตัวเอง….
ในวันที่ฉันยังเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย
ฉันเกิดคำถามมากมายกับชีวิต เริ่มต้นจากความเบื่อหน่ายในชีวิต ในระบบการศึกษา
และสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว กิจกรรมที่ไร้แก่นสารในแต่ละวัน
ฉันสงสัยว่าคนเราเกิดมาทำไม? คุณค่าของการมีชีวิตคืออะไร ?
ชีวิตช่วงนั้นไม่มีความสุขเลย…ฉันแสวงหาคำตอบเหล่านี้ตลอดเวลา
จนกระทั่งวันหนึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมพุทธศิลป์ของมหาวิทยาลัย
ได้ทำวัตร เดินป่าธุดงค์ สวดมนต์และสนทนาธรรม
แม้จะยังไม่ได้คำตอบที่กระจ่างแจ้งไปเสียทั้งหมด แต่ก็รู้สึกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะค้นหาไปได้อีกมากและรู้ว่าคำตอบที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในชีวิตนั้น ได้จากการศึกษาภายในตัวเอง
ฉันเริ่มศึกษาและทดลองแนวปฏิบัติมากมาย
แต่ก็ยังพบว่าเกิดทุกข์ได้ตลอดเวลา แม้ในวันที่ถือศีล
เพื่อนร่วมห้องเปิดวิทยุ ทำให้ไม่มีสมาธิ และก็รู้สึกกับตัวเองว่าผิดศีล
ฉันก็ไม่พอใจเขา แล้วก็สะกิดใจเองว่านี่เราสงบจริงหรือ
การปฏิบัติจึงเปลี่ยนมาเป็นแสวงหาวิธีที่จะไปถึงความสุขที่แท้ สุขโดยที่เราไม่เรียกร้องคนอื่น
หรือมีเงื่อนไขใดๆ จากภายนอก และน่าจะมีกิจกรรมอะไรสักอย่างที่นำพาและฝึกให้เราไปถึงตรงนั้น
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ได้รู้จักโยคะ …..เพียงประโยคที่เขียนไว้ในหนังสือว่า
โยคะเป็นศาสตร์ที่จะนำไปสู่การรู้จักตนเอง ฉันก็คว้าเลย
ก่อนหน้านั้น ฉันคงเหมือนอีกหลายคนที่ได้ยินเรื่องราวของโยคะในแง่ของการทรมานตนแบบฤๅษี
โยคี หรือไม่ก็เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง แต่แท้ที่จริงแล้ว โยคะมีหลากหลายแนว
แต่ละแนวจะสามารถนำไปสู่การรู้จักตนเอง
รวมทั้งการมีชีวิตอย่างมีความสุข
ในช่วงแรก ฉันยังคงแสวงหาอยู่เสมอ แม้จะลองฝึกโยคะก็ยังคงปฏิบัติแนวอื่นๆ ไปด้วย
แต่แล้วในที่สุดก็รู้ว่าโยคะนี่เองที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
โยคะไม่ใช่การเคลื่อนไหวเฉพาะร่างกาย แต่ต้องใช้ลมหายใจควบคู่กัน
ในขณะที่ร่างกาย เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
ลมหายใจก็จะสอดคล้องกับทุกท่วงท่าและในระหว่างหนึ่งท่า จะมีทั้งหายใจเข้าหายใจออก
เราทุกคนหายใจตลอดเวลาทั้งเข้าและออก
แต่รู้สึกไหมว่าเรามักไม่ค่อยได้สนใจลมหายใจของตัวเอง นอกจากเวลาเป็นหวัด
เหนื่อย หายใจไม่ออก ฯลฯ ไม่เคยรู้ว่าลมหายใจเคลื่อนไปตรงไหน
เข้ามาและออกไปมากน้อยเป็นจังหวะอย่างไร
เมื่อฝึกโยคะ ฉันพบว่าจับลมหายใจตัวเองได้ชัดเจนเหลือเกิน
หลักการฝึกโยคะนั้นควรต้องอยู่ในที่สงบ จิตใจไม่วอกแวก ร่างกายไม่เหนื่อยล้า
ให้สังเกตร่างกายและการเคลื่อนไหวของลมหายใจเท่านั้น
เมื่อทำเช่นนี้จะดึงให้ใจเรามุ่งไปที่เดียว เป็นสมาธิ ไม่มีความวุ่นวายในความคิด
เมื่อฝึกสม่ำเสมอไประยะหนึ่ง ลมหายใจปกติที่เคยสั้นๆ ถี่ๆ

ก็จะกลับกลายเป็นลมหายใจที่ลึกและยาว
ฉันรู้สึกเลยว่า ใจเยือกเย็นและสงบนิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่น่าเชื่อว่าจะรู้สึกถึงลมหายใจที่สูดเข้ามา เข้าสู่ปอด แล้วลงไปที่ท้อง
ไปสู่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย
ร่างกายเป็นส่วนเดียวกับลมหายใจ ชีวิตและโลกนิ่งสงบอยู่ตรงนั้น

ฉันฝึกโยคะทุกวัน สำรวจลมหายใจอยู่เสมอ ชีวิตฉันค่อยๆเปลี่ยนไป
แม้จะยังคงตั้งคำถามอยู่บ่อยๆ เมื่อเกิดอะไรขึ้นรอบด้าน หรือมีสิ่งใดมากระทบ
แต่ใจที่นิ่งทำให้ฉันจับลมหายใจตัวเองได้ รู้สึกเหมือนมันวิ่งเป็นฉากๆ เห็นได้ชัดเจน
ความนิ่งทำให้มองสิ่งต่างๆได้สว่างแจ่มใสและเป็นจริงขึ้น
พิจารณาและตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้ฉับไว ไม่ขลาดกลัว ระแวงและพะวักพะวนเหมือนแต่ก่อน

แน่นอนที่โยคะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วย
ฉันเคยเป็นคนขี้โรค ผอม เป็นลมง่าย ปวดหัวบ่อย แต่ตอนนี้แทบไม่เป็นอะไรเลย
บ้างครั้งเป็นไข้เล็กๆ น้อยๆ ฉันจะใช้ลมหายใจช่วย
โยคะสอนวิธีการฝึกลมหายใจ ที่เรียกว่าฝึกปราณคือควบคุมให้ลมหายใจลึก ยาวกว่าที่เป็น
ฝึกแล้วร่างกายจะอบอุ่นขึ้น ใช้วิธีนี้พักเดียว เหงื่อจะออกมาเป็นน้ำเลย
และหลังจากหลับไปคืนหนึ่ง รุ่งเช้าขึ้นมาฉันก็หายไข้อย่างสนิท

สภาพกายและจิตไปด้วยกัน ในยามที่ดวงใจโปร่งโลง
ฉันพบว่าสามารถทำให้ชีวิตมีคุณค่าด้วยการอยู่อย่างมีประโยชน์
เมื่ออยากทำประโยชน์ให้เต็มที่ ฉันเลยอยากดูแลชีวิตให้ดี
นั่นหมายถึงการที่ฉันพลอยใส่ใจกับอาหาร อากาศ อารมณ์ และสภาพแวดล้อมทั้งหมดต้องไปด้วยกัน

สำหรับฉันโยคะไม่ใช่การฝึกที่ทำให้เราเป็นคนที่ไม่มีความทุกข์
อารมณ์ของปุถุชนก็ยังเกิดขึ้นกับฉันตามปกติ

แต่ว่าลมหายใจช่วยควบคุมและตามทันอารมณ์เหล่านี้ได้
เรารู้จักและเข้าใจตัวเอง ตามทันความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ทั้งยังช่วยให้เข้าใจคนอื่นๆ
เมื่อเราเข้าใจที่มาที่ไปของอารมณ์ความรู้สึก สิ่งนั้นไม่ดี
ทำอย่างนี้ไม่ชอบ คนอื่นเขาก็ต้องมีความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน
ยิ่งเรียนรู้ตัวเองมาก ก็ยิ่งเข้าใจคนอื่น
เมื่อเราเข้าใจที่มาที่ไปของอารมณ์ความรู้สึก สิ่งนั้นไม่ดี ทำอย่างนี้ไม่ชอบ
คนอื่นเขาก็ต้องมีความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน ยิ่งเรียนรู้ตัวเองมากก็ยิ่งเข้าใจคนอื่น
และหมั่นดูแลตัวเองไม่ให้ไปสร้างความทุกข์ให้ใคร
หมั่นสำรวจลมหายใจเสมอ ก็เหมือนได้ทบทวนชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ในยามที่ใจสงบและปลอดโปร่ง ทำให้ฉันได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
แม้แต่ใบไม้ที่หล่นอยู่บนพื้นดินก็ยังสวย ทั้งที่เมื่อก่อนเรามักมองข้ามสิ่งเล็กๆ เหล่านี้อยู่บ่อยๆ
ฉันเป็นคนที่ชอบการเดินป่า และมักเลือกไปหน้าฝนหรือหนาว เพราะเป็นฤดูที่ป่าสวย อากาศสบาย
แต่ครั้งหนึ่งมีโอกาสเดินป่าหน้าร้อนและแล้ง เดินจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ร้อนจริงๆ แต่พบได้นั่งพักนิ่งๆ อยู่กับลมหายใจตัวเอง ฉันพบว่าร่างกายรู้สึกเย็นขึ้นเรื่อยๆ ป่าแห้งๆ ที่ใบไม้ร่วมหมดนั้นก็ดูสวยแปลกตา มองเห็นภูเขาแห้งๆ ป่าสักที่อยู่ไกลออกไปรอบๆ ตัว สะท้อนแสงแดดเป็นสีม่วงสวยเหลือเกิน แล้วฉันก็ย้อนกลับมามองชีวิตตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนฤดูกาล

ฉันเคยกลัวและปฏิเสธที่จะเจอความทุกข์ ยิ่งรู้ว่าจะร้อนแน่ ลำบากแน่ เป็นไม่เอา
อยากจะเลือกแต่สิ่งที่สวย ง่าย สบาย ไม่ทุกข์ ไม่เจ็บ
แต่หลังจากนั้น ฉันมองโลกใหม่ เลิกกลัวในสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่า เรื่องราวในอนาคต
กล้าคุย กล้าเผชิญกับชีวิตด้านที่เราเคยหลีกเหลี่ยง อย่างเช่นการแต่งงาน
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันตัดสินใจด้วยการมองโลกแบบนี้

การค้นพบความเย็นและความงามในป่าหน้าร้อนก็คงคล้ายๆ กับที่เราอาจจะพบอะไรดีๆ จากความทุกข์ ฤดูแล้งมีสีสันที่สวยในแบบของมัน ความทุกข์ก็เช่นกัน สิบปีที่แล้วที่ฉันมีโยคะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่เคยหยุด ไม่เคยเบื่อ แม้แต่ช่วงตั้งครรภ์
โยคะก็ช่วยฉันทั้งร่างกายและจิตใจ การสำรวจลมหายใจทำได้เสมอทุกที่ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่

เพราะเราหายใจอยู่แล้วตลอดเวลานี่น่า

จนถึงวันนี้ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือเรื่องหงุดหงิดใดๆมากระทบ ลมหายใจที่ลึกและยาวจะช่วยผ่อนให้เรื่องหนักๆ นั้นเบาลง เราจะรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นฉันก็จะคลี่คลายมันด้วยใจที่สบาย ไม่วอกแวก เรื่องอะไรก็เถอะ ฉันพร้อมรับได้ทั้งนั้น หากมันจะเข้ามาชน

คงจะจริงที่มีโครบอกว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมาก ถ้าเราพิจารณาและจับสิ่งนี้ได้
การได้ตามลมหายใจเข้าไปสำรวจความลี้ลับภายในตัวเอง
สามารถทำให้เรามองออกไปสู่โลกกว้างข้างนอกและเห็นความงามที่ซุกซ่อนอยู่รอบๆได้มากขึ้น
ฉันเชื่อว่ามีปราณอยู่ในทุกสรรพสิ่ง เรานั่งอยู่ในห้องเดียวกัน ก็หายใจสัมผัสปราณเดียวกัน
อากาศผ่านจากเธอมาสู่ฉัน ผ่านจากฉันไปสู่เธอ และไปสู่คนอื่นๆ
มองลึกๆ จะพบว่าทุกชีวิตในโลกเป็นหนึ่งเดียวกัน ใช้ลมหายใจเดียวกัน แลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นคน ต้นไม้ใบหญ้า หรือบรรดานก หนู แมลงทั้งหลาย
เวลาที่ฉันได้อยู่ท่ามกลางอากาศที่สะอาด นอนเหยียดยาว ให้ทั่วทั้งตัวแนบสนิทกับพื้นหญ้าหรือพื้นดิน
ฉันรู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ทุกอณูลมหายใจที่สูดเข้าลึกๆ ในตัวเอง และได้ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนออกมา

ทำให้ฉันมีพลังเต็มเปี่ยม ………….ดีเหลือเกินที่ฉันได้พบความสุขของการอยู่ในโลกนี้
ด้วยการฝึกโยคะและสำรวจลมหายใจ
สำหรับฉัน …………นี่คือคำตอบของความสุขที่แท้……และยั่งยืน

Leave a Reply

Your Email address address will not be published. Required fields are marked *